ยาสมุนไพรจีน (Chinese herbs) คืออะไร ?
เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาโรคของแพทย์แผนจีนที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่น ซึ่งมีการสั่งสมองค์ความรู้ยาวนานกว่า 4,000 ปี ยาสมุนไพรจีนส่วนใหญ่ทำมาจากส่วนต่างๆของพืช สัตว์ และแร่ธาตุต่างๆ นำมาผ่านกระบวนการแปรรูป ให้เกิดสรรพคุณทางยา และลดพิษของยาหรือเผาจื้อ (炮制) ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้เป็นตัวยาสมุนไพรจีนพร้อมใช้งานเรียกว่า “อิ่นเพี่ยน” (饮片)
ทฤษฎีทางการแพทย์แผนจีน มีการแบ่งลักษณะของยาสมุนไพรจีน โดยมี 4 ฤทธิ์ ได้แก่ เย็น ค่อนข้างเย็น อุ่น ร้อน และ 5 รสชาติ ได้แก่ รสเผ็ด เปรี้ยว หวาน ขมและเค็ม ซึ่งฤทธิ์ยาและรสของยาจะส่งผลต่อสรรพคุณในการรักษาของยาด้วย
ปัจจุบันมีงานวิจัยรับรองความปลอดภัยของการใช้ยาสมุนไพรจีนมากมายและได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO
การรักษาด้วยยาสมุนไพรจีน เป็นการนำสมุนไพรจีน ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมารวมกันเป็นตำรับยา ในแต่ละตำรับยาจะมียาหลัก ยาเสริมและยาประกอบ โดยมีการปรับปริมาณยาเฉพาะบุคคลตามการวินิจฉัยของแพทย์ ซึ่งยาจีนมีจุดเด่นที่สำคัญ คือ ผู้ป่วยกลุ่มโรคเดียวกัน อาการเหมือนกัน อาจได้รับยาที่แตกต่างกัน เนื่องจากสภาวะร่างกายภายในของผู้ป่วยอาจแตกต่างกัน ในปัจจุบันยาจีนมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้
ยาจีนมีกี่ประเภท?
1. ยาใช้ภายใน
- ยาต้ม คือ การนำยาสมุนไพรจีนหรืออิ่นเพี่ยน (饮片) มาต้มกับน้ำ มีจุดเด่นคือ ดูดซึมและออกฤทธิ์ได้เร็ว แพทย์สามารถตั้งสูตรตำรับยาเฉพาะบุคคลได้ แต่มีข้อเสีย คือ ราคาสูงกว่ายาสำเร็จรูป, มีกลิ่นค่อนข้างฉุน, บางตำรับมีรสค่อนข้างขม, พกพายาก และเก็บในตู้เย็นได้ไม่นานหรือควรต้มสดใหม่ทุกวัน เหมาะกับกลุ่มโรคเฉียบพลัน โรครุนแรง หรือกลุ่มอาการของโรคที่มีความซับซ้อน
- ยาลูกกลอน คือ การนำยาสมุนไพรจีนหรืออิ่นเพี่ยน (饮片) มาบดเป็นผงละเอียด ผสมกับตัวประสาน เช่น น้ำผึ้ง เพื่อให้ตัวยายึดเกาะกัน แล้วปั้นเป็นเม็ดกลมขนาดสม่ำเสมอ มีจุดเด่นคือ ทานง่าย มีกลิ่นอ่อนกว่ายาต้ม, ราคาถูกกว่ายาต้ม, พกพาสะดวก และเก็บได้นาน แต่มีข้อเสีย คือ ดูดซึมช้า, ปริมาณสารออกฤทธิ์ต่ำกว่ายาต้ม จึงต้องรับประทานครั้งละหลายเม็ด, ไม่สามารถปรับยาเฉพาะบุคคลได้ เหมาะกับกลุ่มอาการเรื้อรัง, ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย หรือ เป็นโรคที่อาการไม่ซับซ้อน
- ยาแคปซูล คือ การนำยาสมุนไพรจีนหรืออิ่นเพี่ยน (饮片) มาบดเป็นผงละเอียด ใส่ลงในแคปซูล มีจุดเด่นคือ ไม่มีกลิ่น, เก็บรักษาง่าย, แตกตัวได้ไวกว่าแบบลูกกลอน มีข้อเสียคือ ดูดซึมช้ากว่ายาต้ม, ราคาสูงกว่ายาลูกกลอน และ แคปซูลทำมาจากเจลาติน อาจไม่เหมาะกับกลุ่มคนที่แพ้เจลาตินและคนที่ทานมังสวิรัตหรือวีแกน
- ยาผงสกัดชงดื่ม(เคอลี่) คือ เป็นยารูปแบบใหม่ล่าสุด เป็นการนำสมุนไพรจีนหรืออิ่นเพี่ยน (饮片) มาผ่านขั้นตอนการ สกัดและทำให้แห้งอยู่ในรูปแบบผงชนิดเกล็ด นิยมใช้มากเนื่องจากมีฤทธิ์หรือสรรพคุณเทียบเท่ายาต้ม, พกพาง่าย, รับประทานง่ายขึ้น และสามารถปรับตัวยาเฉพาะบุคคลได้เหมือนยาต้ม แต่มีข้อเสีย ราคาสูงกว่ายาต้มประมาณ 20-25%, มีรสหรือกลิ่นยามากกว่ายาลูกกลอนและยาแคปซูล
2. ยาใช้ภายนอก
เช่น ยาทาชนิดครีมหรือขี้ผึ้ง ยาพอก ยาแช่
กลุ่มโรคที่ทำการรักษาด้วยยาจีนได้ผลดี
- กลุ่มโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome), ปวดตึงคอบ่า (MPS) ,ปวดศีรษะ (Tension headache), ไมเกรน (Migraine), ปวดเอว (Lower back pain), ปวดเข่าหรือข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of knee), หมอนรองกระดูกสันหลังโป่ง (Bulging Intervertebral disc) เป็นต้น
- รักษากลุ่มโรคเรื้อรัง เช่น ความดันสูง (Hypertension),ไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia), เบาหวานและอาการข้างเคียงจากโรคเบาหวาน (Diabetes) เป็นต้น
- กลุ่มโรคทางเดินหายใจ เช่น ภูมิแพ้ (Allergic respiratoty disease) , หอบหืด (Asthma) , ภูมิแพ้ไซนัส (Allergic rhinosinusitis) เป็นต้น
- กลุ่มโรคทางเดินอาหารและลำไส้ เช่น กรดไหลย้อน (GERD), ลำไส้แปรปรวน (IBS) ,อาหารไม่ย่อย(Dysplasia), ท้องผูก(Costipation) , ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) เป็นต้น
- ปรับสมดุลอารมณ์และระบบประสาท เช่น ความเครียด (Stress), วิตกกังวล(Anxiety), ซึมเศร้า (Depressive ), นอนไม่หลับ (Insomnia), อาการชา (Numbness), ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง (Cerebrovascular disease), อัมพฤกษ์ อัมพาต (Stroke), พาร์กินสัน (Parkinson’s disease), อัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เป็นต้น
- กลุ่มโรคทางนรีเวช เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ (Irregular Menstruation), ปวดท้องประจำเดือน (Dysmenorrhea), ภาวะวัยทอง (Menopause), ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) เป็นต้น
- กลุ่มโรคระบบสืบพันธุ์และต่อมไร้ท่อ เช่น สื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction), มีบุตรยาก (Infertility)
- กลุ่มโรคผิวหนัง เช่น สิว (Acne) , ฝ้า (Melasma) , ลมพิษ (Urticaria) ,สะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นต้น
- กลุ่มโรคร้ายแรงเช่น ฟื้นฟูผู้ป่วยหลังการผ่าตัด หรือ บำรุงผู้ป่วยก่อนรับเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง (Supportive care for Cancer Patients )
ข้อควรระวังในการใช้ยาจีน
- ควรหยุดรับประทานทันทีและปรึกษาแพทย์จีนหากเกิดอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน ปวดศีรษะ อาเจียน
- สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ตัวยาบางชนิดมีผลต่อทารกในครรภ์ หรือมีพิษมาก อาจทำให้แท้งบุตรหรือผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ไปยังทารกได้ เช่น ปาโต๊ว(สลอด):巴豆 ,เซียนหนิว:牵牛子 , เหยียนฮวา ,ซานหลิง:三棱, ต้าจี๋:大戟 และเซ่อเซียง : 麝香 เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยาและควรอยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์ เพื่อความปลอดภัย
- การทานยาสมุนไพรจีนร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ควรทานยาแต่ละชนิดห่างกันประมาณ 1 ชั่วโมง หรือปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา
- ยาสมุนไพรบางชนิดไม่ควรรับประทานร่วมกัน เพราะอาจเกิดพิษรุนแรงขึ้นได้ ควรปรึกษาแพทย์จีนก่อนใช้ยาหรือสมุนไพรอื่นๆ
- ไม่ควรรับประทานของหมักดอก ของแสลง หรือ อาหารฤทธิ์เย็นบางชนิด ขณะใช้ยาจีน เช่น หัวไชเท้า เนื่องจากส่งผลต่อฤทธิ์ยาและการดูดซึมของยา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาสมุนไพรจีน
ยาสมุนไพรจีนไม่มีสเตียร์รอยด์สังเคราะห์ แต่ยาสมุนไพรจีนบางชนิดจะมีสเตียรอยด์ธรรมชาติ ซึ่งสเตียรอยด์สังเคราะห์มีประโยชน์ในหลายด้าน ให้ผลการรักษาที่รวดเร็ว แต่มีผลข้างเคียงมากมาย ส่วนสเตียรอยด์ธรรมชาติ ร่างกายจะสามารถผลิตเองได้และสามารถควบคุมปริมาณได้ ไม่มีผลข้างเคียงเพราะมีปริมาณต่ำมาก
มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่มีค่อนข้างน้อย เช่น ผื่นแพ้ คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งผลข้างเคียงมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้นได้ เช่น บุคคล อายุ เพศ ปริมาณยา ระยะเวลาการใช้ยา วิธีการใช้ยา อาหารที่รับประทาน และยาชนิดอื่นๆที่ทานร่วมกัน ดังนั้นในการใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์แผนจีนและมีการติดตามการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง
ในปัจจุบันยังมีหลายคนเข้าใจผิดว่าสมุนไพรจีนทำให้ค่าตับหรือไตสูงขึ้น ในความจริงแล้วยาสมุนไพรจีนสามารถช่วยรักษาค่าตับหรือไตที่ผิดปกติได้ด้วย แต่ก็มีสมุนไพรจีนบางชนิดที่หากทางต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะส่งผลให้ค่าตับและไตสูงขึ้นได้
ตัวอย่างงานวิจัยเกี่ยวกับยาจีน
ต้าหวง (Da huang:大黄 )
เป็นกลุ่มยาระบาย ที่รู้จักกันในชื่อ รูบาร์บจีน (Rhubarb) มาจากส่วนรากและเหง้าของ Rheum palmatum L.R มีฤทธิ์เย็นและรสขม ทำให้ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ระบายความร้อน แก้อักเสบ
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์กระตุ้นการย่อยอาหารและการขับถ่าย
- มีส่วนช่วยกระตุ้นการหดตัวของลำไส้ เพิ่มการบีบตัวและการเคลื่อนที่ของลำไส้
- กระตุ้นเส้นประสาทใต้เยื่อเมือก (Submucosal nerve plexus) เพื่อเพิ่มการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อเรียบในลำไส้
- ลดการนำกระแสประสาทผ่านช่อง K+ เพิ่มความตื่นตัวของเซลล์กล้ามเนื้อเรียบในลำไส้
- การปกป้องและเสริมความแข็งแรงของเกราะป้องกันเยื่อบุลำไส้
- ปรับสมดุลจุลินทรีย์ (Gut Microbiota Modulation) สมุนไพรจีนบางชนิดมีสารสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ เช่น Lactobacillus และ Bifidobacterium ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน
- ลดจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย ยาจีนบางตำรับสามารถลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในลำไส้ เช่น Clostridium difficile หรือ เชื้อราบางชนิด ที่ส่งผลให้เกิดอาการ ท้องเสียหรือลำไส้ใหญ่อักเสบ
- ปรับปรุงความเสียหายของเยื่อบุลำไส้ โดนการเพิ่มการแสดงออกของโปรตีนที่เชื่อมต่อระหว่างเซลล์(junction proteins) ช่วยลดความเสียหายและเพิ่มความสมบูรณ์ของเยื่อบุลำไส้
- ต้านการอักเสบ
- ยับยั้ง NLRP3 inflammasome ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ
- เพิ่มการแสดงออกของ SIgA(Secreted immunoglobulin A) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้ ทำหน้าที่ปกป้องเยื่อเมือกจากการติดเชื้อโดยการจับเชื้อโรค และป้องกันไม่ให้เชื้อจับกับเซลล์ของร่างกาย
- ต่อต้านหรือยับยั้งการเกิดพังผืด (fibrosis)
- ช่วยยับยั้งหรือย้อนกลับการบวรการตายของเซลล์เนื้อเยื่อแท้
- ลดการกระตุ้นและเคลื่อนย้ายของmonocytes ไปยังเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย
- ต้านเนื้องอก
- มีฤทธิ์ยับยั้งเนื้องอกหลายชนิดในระบบย่อยอาหาร ทางเดินหายใจ และระบบสืบพันธุ์
- ส่งเสริมการย่อยสลาย β-catenin และควบคุมเส้นทางการส่งสัญญาณของ Wnt [1]
โสมอเมริกา (Xi Yang Shen :西洋参)
เป็นกลุ่มยาบำรุงหยินของร่างกาย เป็นพืชสกุลเดียวกับโสมจีนและโสมเกาหลี แต่เป็นคนละชนิด มีฤทธิ์เย็น และมีรสหวาน ขมเล็กน้อย ช่วยบำรุงชี่ เพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหาร เพิ่มสารน้ำในร่างกาย ลดความร้อน
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
- ปรับกิจกรรมของ beta cellในตับอ่อน
- สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารได้
- สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร (น้ำตาลในเลือดหลังอาหาร) ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และกลุ่มคนที่ไม่เป็นเบาหวาน
- ลดการอักเสบ
- ลดการแสดงออกของเอนไซม์ COX-2 ซึ่งเกี่ยวข้อกับการผลิตสารกระตุ้นการอักเสบ
- ลดระดับของ IL-1β (Interleukin-1β) ซึ่งเป็นไซโตไคน์ที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการอักเสบ
- ลดการทำงานของกระบวนการ apoptosis (Pro-apoptosis)
- ลดการส่งสัญญาณ ที่นำไปสู่การตายของเซลล์ โดยลด tBid(truncated Bid) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยกนะตุ้นการปลดปล่อย cytrochrome C
- เพิ่มการแสดงออก ของโปรตีนป้องกันการตายของเซลล์ เช่น Bcl-2 และ Bcl-XL
- เพิ่มระดับ p-Bad ซึ่งช่วยป้องกันการส่งสัญญาณ apoptosis
ช่วยเสริมความแข็งแรงของเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหาร [2]
ซวนเจ่าเหริน(Suan Zao Ren: 酸枣仁 )
เป็นกลุ่มยาสงบจิตใจ มีฤทธิ์กลางและรสหวาน เปรี้ยว ช่วยในการนอนหลับ บำรุงหัวใจ ห้ามเหงื่อ
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
- ปรับสมดุลความผิดปกติของไมโครไบโอมในลําไส้
- ปรับสมดุลไมโครไบโอมในลําไส้ที่เสียสมดุล(dysbiosis) ซึ่งเกิดจากอาการนอนไม่หลับและภาวะซึมเศร้า
- เพิ่มแบคทีเรียที่ผลิตกรดไขมันสายสั้น (SCFA)
- ช่วยเพิ่มจํานวนแบคทีเรียที่ผลิต SCFA ซึ่งสําคัญต่อสุขภาพลําไส้และมีผลต่อการทํางานของสมอง
- ฟื้นฟูสมดุลการเผาผลาญ
- ช่วยฟื้นฟูระดับ SCFA ในอุจจาระและปรับสมดุลการเผาผลาญในพลาสมาและเนื้อเยื่อฮิปโปแคมปัส
- ยับยั้งการอักเสบ
- สามารถปรับปรุงพฤติกรรมคล้ายภาวะซึมเศร้าได้ โดยควบคุมการเชื่อมโยงระหว่างไมโครไบโอม-ลําไส้-สมอง(microbiota-gut-brain axis) ผ่านการยับยั้งเส้นทางการส่งสัญญาณการอักเสบ TLR4/NFκB/NLRP3
- มีผลต่อการเผาผลาญ γ-aminobutyric acid (GABA)และ L-glutamic acid ในฮิปโปแคมปสของหนูทดลอง [3]
หวงฉีหรืออึ่งคี้ (Huang qi:黄芪)
เป็นกลุ่มยาบำรุงชี่ของร่างกาย มาจากรากแห้งของ A. membranaceus (Fisch.) Bge. มีฤทธิ์อุ่นเล็กน้อยและมีรสหวาน ช่วยบำรุงร่างกาย ระงับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ลดอาการบวม กระตุ้นการไหลเวียน ลดอาการปวด
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
- ปรับภูมิคุ้มกัน
- กระตุ้น Bursa Toll-like receptor (TLR) ส่งผลให้ระดับ SIgA และการแสดงออกของ/โปรตีน mRNA ของ chTLR4 เพิ่มขึ้น
- เพิ่มความสามารถในการจับกินเชื้อโรค (phagocytic) ของ Macrophages
- เพิ่มการทำงานของ NK cell ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
- เพิ่มปริมาณของ T-cell ที่มีส่วนช่วยในการจดจำเป้าหมายหรือสิ่งแปลกปลอม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง
- ปกป้องตับ
- บรรเทาโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่เกิดจากแอลกอฮอล์ โดยควบคุมการเผาผลาญไขมัน , ESR ,OS ,ความต้านทานต่ออินซูลิน , การอักเสบ และการตายของเซลล์
- ต้านอนุมูลอิสระและชะลอวัย
- ช่วยลดระดับMalondialdehyde(MDA) และเพิ่ม superoxide dismutase (SOD) เพื่อตอบสนองต่อ d-galactose ซึ่งเป็นสารชะลอความแก่
- ลดการอักเสบ
- เพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ผลิต SCFAs ที่ช่วยยับยั้งการส่งสัญญาณ NF-κB
- ต้านไวรัส
- สามารถยับยั้งการฝ่อของนิวเคลียสและการตายของเซลล์ได้
เป็นยาสำคัญที่ช่วยรักษาไข้หวัดใหญ่และโควิด19
- สามารถยับยั้งการฝ่อของนิวเคลียสและการตายของเซลล์ได้
- ต้านเนื้องอก
- ยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง โดยการรบกวนเส้นทางการส่งสัญญาณของ
- ลดการแสดงออกของ IL-6 และSTAT3 จึงช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก [4]
สรุป
ยาสมุนไพรจีนเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาโบราณทางการแพทย์แผนจีน ที่ถูกสั่งสม องค์ความรู้จากอดีตมาอย่างยาวนาน เกิดเป็นวิธีการรักษาที่มีเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกที่ยังได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน ชาวจีนให้ความสำคัญกับทฤษฎีการรักษาสมดุลของร่างกาย เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย ฟื้นฟูร่างกายหลังหายจากโรค และ บำรุงร่างกายเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติ มีความปลอดภัย และผลข้างเคียงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพ ทั้งยามเจ็บป่วยและยามสุขภาพปกติ
หากคุณกำลังสนใจ มองหา การรักษาด้วยยาสมุนไพรจีนในรูปแบบต่างๆ เราขอแนะนำให้คุณปรึกษากับแพทย์แผนจีนที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน ที่มีความรู้ ความสามาถ เชี่ยวชาญในยาสุมนไพรจีน
ปิยชาติคลินิก พร้อมให้บริการยาสมุนไพรจีนโดยแพทย์จีนผู้มีประสบการณ์ ดำเนินกิจการมากกว่า 10 ปี ควบคุมและดูแลคุณภาพการตรวจรักษาของในทีมแพทย์จีนโดย แพทย์จีนปิยชาติ อัศววิโรจน์ ภายใต้มาตรฐานการรักษาที่คุณสามารถไว้วางใจได้
มีสาขาครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีสาขาที่คุณสามารถเข้ารับการรักษาได้ดังนี้
1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร
2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร
3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี
4.สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี
“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”
รายการรักษาของเรา
600 บาท
700 บาท
750 บาท
750 บาท
1,200 บาท
400 บาท
100 บาท
