Sample Content 5

ยาสมุนไพรจีน (Chinese herbs) คืออะไร ?

เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาโรคของแพทย์แผนจีนที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่น  ซึ่งมีการสั่งสมองค์ความรู้ยาวนานกว่า  4,000 ปี  ยาสมุนไพรจีนส่วนใหญ่ทำมาจากส่วนต่างๆของพืช  สัตว์ และแร่ธาตุต่างๆ  นำมาผ่านกระบวนการแปรรูป ให้เกิดสรรพคุณทางยา และลดพิษของยาหรือเผาจื้อ (炮制) ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้เป็นตัวยาสมุนไพรจีนพร้อมใช้งานเรียกว่า “อิ่นเพี่ยน” (饮片)  

ทฤษฎีทางการแพทย์แผนจีน มีการแบ่งลักษณะของยาสมุนไพรจีน โดยมี 4 ฤทธิ์ ได้แก่ เย็น ค่อนข้างเย็น อุ่น ร้อน และ 5 รสชาติ ได้แก่ รสเผ็ด เปรี้ยว หวาน ขมและเค็ม  ซึ่งฤทธิ์ยาและรสของยาจะส่งผลต่อสรรพคุณในการรักษาของยาด้วย 

ปัจจุบันมีงานวิจัยรับรองความปลอดภัยของการใช้ยาสมุนไพรจีนมากมายและได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก  หรือ WHO

การรักษาด้วยยาสมุนไพรจีน เป็นการนำสมุนไพรจีน ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมารวมกันเป็นตำรับยา  ในแต่ละตำรับยาจะมียาหลัก ยาเสริมและยาประกอบ โดยมีการปรับปริมาณยาเฉพาะบุคคลตามการวินิจฉัยของแพทย์  ซึ่งยาจีนมีจุดเด่นที่สำคัญ คือ ผู้ป่วยกลุ่มโรคเดียวกัน  อาการเหมือนกัน อาจได้รับยาที่แตกต่างกัน เนื่องจากสภาวะร่างกายภายในของผู้ป่วยอาจแตกต่างกัน ในปัจจุบันยาจีนมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้   

 ยาจีนมีกี่ประเภท  ?

  • ยาใช้ภายใน
  • ยาต้ม คือ การนำยาสมุนไพรจีนหรืออิ่นเพี่ยน (饮片) มาต้มกับน้ำ  มีจุดเด่นคือ ดูดซึมและออกฤทธิ์ได้เร็ว  แพทย์สามารถตั้งสูตรตำรับยาเฉพาะบุคคลได้   แต่มีข้อเสีย คือ ราคาสูงกว่ายาสำเร็จรูป , มีกลิ่นค่อนข้างฉุน , บางตำรับมีรสค่อนข้างขม , พกพายาก  และเก็บในตู้เย็นได้ไม่นานหรือควรต้มสดใหม่ทุกวัน  เหมาะกับกลุ่มโรคเฉียบพลัน  โรครุนแรง หรือกลุ่มอาการของโรคที่มีความซับซ้อน 
  • ยาลูกกลอน  คือ การนำยาสมุนไพรจีนหรืออิ่นเพี่ยน (饮片) มาบดเป็นผงละเอียด ผสมกับตัวประสาน เช่น น้ำผึ้ง เพื่อให้ตัวยายึดเกาะกัน แล้วปั้นเป็นเม็ดกลมขนาดสม่ำเสมอ    มีจุดเด่นคือ ทานง่าย มีกลิ่นอ่อนกว่ายาต้ม , ราคาถูกกว่ายาต้ม , พกพาสะดวก และเก็บได้นาน  แต่มีข้อเสีย คือ ดูดซึมช้า , ปริมาณสารออกฤทธิ์ต่ำกว่ายาต้ม  จึงต้องรับประทานครั้งละหลายเม็ด , ไม่สามารถปรับยาเฉพาะบุคคลได้  เหมาะกับกลุ่มอาการเรื้อรัง  , ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย หรือ เป็นโรคที่อาการไม่ซับซ้อน 
  • ยาแคปซูล  คือ การนำยาสมุนไพรจีนหรืออิ่นเพี่ยน (饮片) มาบดเป็นผงละเอียด  ใส่ลงในแคปซูล มีจุดเด่นคือ ไม่มีกลิ่น , เก็บรักษาง่าย , แตกตัวได้ไวกว่าแบบลูกกลอน มีข้อเสียคือ ดูดซึมช้ากว่ายาต้ม , ราคาสูงกว่ายาลูกกลอน  และ แคปซูลทำมาจากเจลาติน อาจไม่เหมาะกับกลุ่มคนที่แพ้เจลาตินและคนที่ทานมังสวิรัตหรือวีแกน  
  • ยาผงสกัดชงดื่ม(เคอลี่) คือ เป็นยารูปแบบใหม่ล่าสุด เป็นการนำสมุนไพรจีนหรืออิ่นเพี่ยน (饮片) มาผ่านขั้นตอนการ สกัดและทำให้แห้งอยู่ในรูปแบบผงชนิดเกล็ด  นิยมใช้มากเนื่องจากมีฤทธิ์หรือสรรพคุณเทียบเท่ายาต้ม, พกพาง่าย , รับประทานง่ายขึ้น และสามารถปรับตัวยาเฉพาะบุคคลได้เหมือนยาต้ม  แต่มีข้อเสีย ราคาสูงกว่ายาต้มประมาณ 20-25%  , มีรสหรือกลิ่นยามากกว่ายาลูกกลอนและยาแคปซูล 
  1. ยาใช้ภายนอก เช่น  ยาทาชนิดครีมหรือขี้ผึ้ง ยาพอก  ยาแช่ 

กลุ่มโรคที่ทำการรักษาด้วยยาจีนได้ผลดี

  1. กลุ่มโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome), ปวดตึงคอบ่า (MPS) ,ปวดศีรษะ (Tension headache) , ไมเกรน (Migraine) , ปวดเอว (Lower back pain) , ปวดเข่าหรือข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of knee) , หมอนรองกระดูกสันหลังโป่ง (Bulging Intervertebral disc) เป็นต้น 
  2.  รักษากลุ่มโรคเรื้อรัง เช่น ความดันสูง (Hypertension) ,ไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia) , เบาหวานและอาการข้างเคียงจากโรคเบาหวาน (Diabetes) เป็นต้น 
  3. กลุ่มโรคทางเดินหายใจ เช่น ภูมิแพ้ (Allergic respiratoty disease) , หอบหืด (Asthma) , ภูมิแพ้ไซนัส (Allergic rhinosinusitis)  เป็นต้น 
  4. กลุ่มโรคทางเดินอาหารและลำไส้  เช่น กรดไหลย้อน (GERD), ลำไส้แปรปรวน (IBS) ,อาหารไม่ย่อย(Dysplasia) , ท้องผูก(Costipation) , ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) เป็นต้น 
  5. ปรับสมดุลอารมณ์และระบบประสาท เช่น ความเครียด (Stress) , วิตกกังวล(Anxiety) , ซึมเศร้า (Depressive ) , นอนไม่หลับ (Insomnia) , อาการชา (Numbness) , ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง (Cerebrovascular  disease) ,  อัมพฤกษ์ อัมพาต (Stroke) ,  พาร์กินสัน (Parkinson’s disease), อัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)  เป็นต้น 
  6. กลุ่มโรคทางนรีเวช เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ (Irregular Menstruation) , ปวดท้องประจำเดือน (Dysmenorrhea) ,ภาวะวัยทอง (Menopause),ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) เป็นต้น 
  7. กลุ่มโรคระบบสืบพันธุ์และต่อมไร้ท่อ เช่น  เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) ,มีบุตรยาก (Infertility) 

ความเป็นมาของปิยชาติคลินิก

“ปิยชาติคลินิก” ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจของ แพทย์จีน ปิยชาติ อัศววิโรจน์ (CM.D.) ผู้เชื่อมั่นในพลังการรักษาของศาสตร์แพทย์แผนจีน ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม—ทั้งกาย ใจ และสมดุลของพลังชีวิต

หลังจากสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีสาขาการแพทย์แผนจีน ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จากหลักสูตรความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ มหาวิทยาลัยเซี่ยะเหมิน ประเทศจีน แพทย์ปิยชาติได้นำความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติในโรงพยาบาลจีน มาประยุกต์เข้ากับแนวทางการรักษาที่เหมาะกับคนไทยมากที่สุด

ด้วยแนวคิดที่ว่า “สุขภาพที่ดีเริ่มจากสมดุลภายใน” ปิยชาติคลินิกจึงถูกก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2560 เพื่อเป็นพื้นที่แห่งการเยียวยา ที่ผสมผสานศาสตร์การแพทย์แผนจีนกับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในธรรมชาติของมนุษย์

ปัจจุบัน ปิยชาติคลินิกเปิดให้บริการหลายสาขา อาทิ พญาไท, พระราม 4 – สวนเพลิน, รัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการดูแลที่ได้มาตรฐานจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

บริการของ Piyachart
บริการของคลินิกครอบคลุมทั้งการรักษาโรค เช่น ออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง เอว ไปจนถึง การฝังเข็มเพื่อความงามและปรับสมดุลภายใน ซึ่งล้วนได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันภายใต้หลักการ “รักษาต้นเหตุ ไม่เพียงแต่อาการ”

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ปิยชาติคลินิกได้เติบโตขึ้นจากความไว้วางใจของผู้ป่วยและคนไข้จำนวนมาก และยังคงยึดมั่นในพันธกิจเดิม—ส่งต่อสุขภาพดีจากภายใน เพื่อชีวิตที่สมดุลและยั่งยืน

Lastest Post